ความแตกต่างของไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรมไทยจีนที่ผมได้สัมผัสเมื่อมีภรรยาจีน

การมีสามีหรือภรรยาเป็นคนต่างชาติ แน่นอนว่าตัวเราต้องเข้ามารับหรือสัมผัสวัฒนธรรมชาตินั้นแบบเต็มๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งที่เพื่อนๆผู้อ่านนั้นน่าจะทราบกันอยู่แล้วว่าภรรยาของผมโดยก็คือคุณผิงผิงนั้นคือคนจีนแท้ๆ จากแผ่นดินใหญ่ ทำให้ผมต้องเปิดใจรับวัฒนธรรมจีนนั้นไปด้วยแล้ว โดยบางครั้งหรือหลายๆครั้งมันไม่ใช่แค่เรื่องของวัฒนธรรม แต่เป็นเรื่องของการดำรงชีวิต การกินอาหารที่แตกต่างกัน ทำให้ต้องปรับตัวพอสมควรเลยล่ะ ผมเลยอยากจะนำเรื่องราวความแตกต่างมาเขียนเล่าให้เพื่อนๆฟังดูครับ

ก่อนอื่นก็ต้องบอกก่อนนะครับว่าคนจีนนั้นมีประชากรจำนวน 1,400 ล้านคน เรียกว่าได้เป็นจำนวนประมาณเกือบ 20 เท่าของประชากรไทยเลยนะครับ (ถ้าคำนวนจากประชากรไทยที่ประมาณ 71 ล้านคนน่ะ) ประชากรจีนมากขนาดนี้ สิ่งที่ผมเขียนในโพสต์นี้แน่นอนว่าไม่ครอบคลุมประชากรจีนทุกคนอย่างแน่นอน ฉะนั้นหากเพื่อนๆคนไหนมีแฟนจีนแล้วบอกว่า “เอ๊ะ ทำไมบ้านแฟนจีนของเราไม่เห็นมีแบบนี้เลย มั่วหรือเปล่า?” ก็ต้องบอกก่อนว่าที่เขียนคือเขียนจากประสบการณ์ของผมกับภรรยา ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนๆที่เป็นของภรรยาจีนของผมนะครับ พร้อมแล้วก็มาอ่านกันได้เลย!

1.คนจีนกินน้ำร้อน/น้ำอุ่น และถือว่าน้ำเย็นไม่ดีต่อสุขภาพ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมปวดหัวมากตอนมาอยู่จีนใหม่ๆ เพราะ อยากกินน้ำเย็นมากๆ ตอนอยู่ไทยเราจะมีน้ำเย็นแช่อยู่ในตู้เย็นใช่มั้ยครับ? หรือไม่ก็เวลาไปข้างนอกเราก็จะกินน้ำใส่น้ำแข็งเย็นๆ แต่พอผมมาอยู่บ้านภรรยา พ่อตาแม่ยายมองว่าการกินน้ำเย็นเป็นเรื่องที่ไม่ดีมากๆเลยล่ะ ต้องกินน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นถึงจะดีต่อสุขภาพ รักษาสมดุลของร่างกายอะไรก็ว่าไปนั่นแหละ แล้วอย่างเวลาไปร้านอาหาร เขาจะเสิร์ฟน้ำร้อนหรือน้ำชาร้อนๆให้กับเรา หาน้ำเย็นหรือน้ำแข็งยากมากๆเลยล่ะครับ

2.คนจีนนับถือญาติเป็นเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน สำหรับหัวข้อนี้หลายท่านอาจมีคำถามว่า “อ้าว คนไทยก็นับถือญาติพี่น้องเป็นเสมือนคนในครอบครัวอยู่แล้วนี่” สำหรับผมแล้วนั้น ผมเห็นว่าคนจีนนั้นถือว่าญาติเป็นเหมือนกับคนในครอบครัวมากกว่าคนไทยนะครับ ตัวอย่างเช่น พี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณภรรยาคนจีนนั้น คุณภรรยาคนจีนถือว่าเธอเป็นเสมือนพี่สาวแท้ๆเลยล่ะโดยจากที่ถามๆดูก็พบว่าที่สนิทชิดเชื้อกันขนาดนี้ เพราะในอดีตจีนมีนโยบายลูกคนเดียว Single Child Policy ทำให้เด็กแต่ละคนไม่มีพี่น้องแท้ๆกัน ทำให้ลูกพี่ลูกน้องก็ถือว่าเป็นเหมือนพี่น้องแท้ๆนั่นแหละ และอีกอย่างในอดีตครอบครัวจะยิ่งสนิทชิดเชื้อกันมาก เพราะอยู่กันในที่เดียวกันเป็นบ้านใหญ่ มีประเพณีต่างๆตามเทศกาลที่ต้องทำร่วมกัน ทำให้เขาถือว่าญาติพี่น้องเป็นเหมือนกับคนในครอบครัวเดียวกันแท้ๆนั่นเองล่ะ แต่ปัจจุบันนี้อาจจะเริ่มห่างกันมากขึ้น เพราะคนจีนมีลูกมากกว่าหนึ่งคนได้แล้ว และต่างคนต่างบ้านมักย้ายไปอยู่ในเมืองกัน แถมสังคมในปัจจุบันอาจทำให้ไม่ได้สนิทกันเหมือนกับแต่ก่อนแล้ว (แต่เวลามีงานเทศกาลอย่างตรุษจีนก็ต้องมารวมตัวเลี้ยงฉลองกันนะครับ)

3.การบังคับอาจเป็นการใส่ใจ สำหรับครอบครัวจีนนั้นเท่าที่เห็นคือพ่อแม่บีบบังคับลูก โดยเขามองว่านี่แหละคือการใส่ใจลูก เขาอาจจะบังคับให้ตั้งใจเรียน บังคับให้กินน้ำอุ่นน้ำร้อนแทนน้ำเย็น หรือพูดกดดันบ่อยๆให้รีบมีแฟน แต่งงาน มีลูกหลานให้พ่อแม่ได้อุ้มกันอะไรแบบนี้ และเขามักจะหวังว่าลูกหลานจะมาบังคับเขากลับในบางเรื่องเพื่อแสดงความใส่ใจด้วยนะ ก็ตัวอย่างเช่นพ่อแม่ป่วยไม่ยอมไปหาหมอ ลูกก็บังคับให้ไปหาหมอ หรือบังคับให้ขึ้นรถแล้วขับพาไปโรงพยาบาลเลย ภาษาจีนเรียกว่า 热情 แสดงความกระตือรือร้นแบบสุดๆ พ่อแม่เขาก็จะดีใจอยู่ลึกๆเลยล่ะครับ เรื่องนี้รวมไปถึงทุกๆเรื่องรอบตัว สุขภาพ การเรียน การงาน การมีความรักมีแฟน ด้วยเลยล่ะ ผมเจอบ่อยๆตอนแรกก็อาจจะรำคาญ ตอนหลังกลายเป็นชินไปละ แต่ถามว่าชอบไหม ผมอยากอยู่แบบชิวๆ ไม่ต้องให้บังคับกันมากไปจะดีกว่า